ต้องการลงโฆษณาราคาประหยัดเพียงปีละ 1,500 บาท คลิก
แนะนำแหล่งท่องเที่ยว คลิก คลิกดูรายละเอียด


ดูปะการังที่เกาะกุฎี


หากจะเที่ยวทะเลสวยๆ น้ำใส หาดทรายขาว ปะการังสวย ไม่มีที่ไหนจะดีไปกว่าทะเลฝั่งอันดามันอีกแล้ว อย่างเช่นที่เกาะสิมิลันงี้มีหาดทรายที่ขาวจนแสบตา อย่างเกาะสุรินทร์งี้มีปะการังน้ำตื้นเยอะซะดูจนตาลาย ยิ่งแถวอันดามัน
ใต้อย่างเกาะอาดัง เกาะราวีด้วยแล้วยิ่งงดงามไปกันใหญ่ สวยทั้งใต้น้ำและชายหาด แต่จะไปยังไงในเมื่อช่วงฤดูฝนอย่างนี้ทะเลฝั่งอันดามันกำลังโดนลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กระหน่ำไม่เว้นแต่ละวัน ฝนตกหนัก
ตกบ่อย คลื่นลมแรง เรือเล็กงดออกจากฝั่ง เรือใหญ่ก็ใช่ว่าจะรอด ประเทศไทยเราถูกขนาบด้วยมหาสมุทรถึงสองมหาสมุทร คือทางฝั่งตะวันตก
มีมหาสมุทรอินเดียหรือฝั่งอันดามัน ส่วนทางฝั่งตะวันออกมีมหาสมุทรแปซิฟิก หรือที่เราเรียกติดว่าปากว่าฝั่งอ่าวไทย ในเมื่อเรามีถึงสองมหาสมุทรแบบนี้จะหาที่เที่ยวทะเลสวยๆ
ไม่ได้เชียวหรือ ในเมื่อลมมรสุมถล่มฝั่งอันดามัน ก็ใช่ว่าฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคจะไม่มีที่เที่ยว เรียกว่าฝั่งอ่าวไทยดีกว่า ฝั่งอ่าวไทยเราก็มีเกาะสวยๆ เยอะ อย่างเช่นเกาะเต่า สวย
ไม่น้อยหน้าใคร อย่างเกาะกูด เกาะหมาก และอีกหลายเกาะฝั่งตะวันออกก็สวยใช่ย่อย เมื่อก่อนสวยกว่านี้อีก แต่เมื่อหลายปีก่อนโดนพายุเกรย์
หอบแนวปะการังน้ำตื้นไปเก็บไว้บนชายฝั่งซะเกือบหมด แต่สิ่งที่เหลืออยู่ก็ยังคงงดงามพอที่จะทำให้ผู้ที่ได้ไปเยือนมีความสุขกับสิ่งที่ได้พบเห็นและคิดถึงเมื่อยามกลับไป หลายเกาะที่เอ่ยชื่อ
มานั้นยังสวยงาม เที่ยวได้เพราะไม่โดนลมมรสุม แต่ถึงแม้เกาะต่างๆ จะไม่โดนมรสุม แต่คนเที่ยวนี่ซิโดนมรสุม โดนเข้าไปเต็มๆ กับมรสุมทางเศรษฐกิจพัดถล่มจนแบ๊งในกระเป๋าปลิวไปตกในถังน้ำมันหมดจนเกลี้ยง น้ำมันดีเซลจากลิตรละ 14.59 กระโดดไปเป็น 23.5 ยังทำใจไม่ได
้ กว่าจะทำใจได้ก็คงกระโดดไปลิตรละ 25-26 บาท ก็ในเมื่อมีความสุขกับการเที่ยว ยังไงก็ต้องเที่ยว เที่ยวใกล้ๆ ดีกว่า สวยน้อยกว่าอันนี้ก็ต้องยอมรับ แต่ว่าประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าอันนี้ก็เป็นความจริงที่รับได้

ไปเที่ยวทะเลระยองกันดีกว่า วันนี้จะพาไปเที่ยวเกาะเล็กๆ ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า อยู่ใกล้ๆ กับเกาะเสม็ด เดี๋ยวซิครับ...
อย่าเพิ่งร้องยี้ พอบอกว่าจะไปเที่ยวแถวนี้ทีไรต้องร้องยี้ทุกที ก็สงสัยว่าจะไปดูอะไร โลกใต้ทะเลที่นี่จะมีอะไรให้ดูนอกจากกระป๋องโค้ก
กับขวดเบียร์ ใจเย็นครับท่าน ถ้าเป็นที่เกาะเสม็ดล่ะก็ไม่แน่ แต่ที่ผมจะพาไปล่ะก็...ไม่ใช่ เกาะนี้เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ใกล้ๆ กับเกาะเสม็ด อยู่ถัดจากเกาะเสม็ดไปทางทิศตะวันออก อยู่ห่างจากหัวแหลมของเกาะเสม็ดเป็นระยะทางประมาณ 4.61 กิโลเมตร เกาะนี้ยังคงความสวยงามของโลกใต้ทะเลอยู่ได้เพราะเป็นเกาะในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ
สังกัดอยู่กับอุทยานแห่งชาต
ิเขาแหลมหญ้า อ้อ.. ลืมบอกไปว่าเกาะนี้ชื่อว่า เกาะกุฎี เกาะชื่อแปลกที่ไม่ค่อยได้ยินชื่อ อ่านว่า กุดี ไม่ใช่ กุลีแบกข้าวสาร หรือเกาะกูดีคนเดียว หรือ
เกาะกูตีหัวชาวบ้าน ที่ถูกอ่านว่า เกาะกุดี
เกาะกุฏี เป็นเกาะหนึ่งในหมู่เกาะกุฎี ประกอบด้วยเกาะเล็กๆ 3 เกาะ โดยมีเกาะกุฎีเป็นเกาะใหญ่สุด ความยาวหัวเกาะถึงท้ายเกาะประมาณ 510 เมตร เกาะถัดมาทางทิศเหนือคือเกาะขาม เป็นเกาะเล็กๆ ยาวสุดประมาณ 150 เมตร ท้ายสุดทางทิศเหนือ ชื่อไม่ค่อยสุภาพสักเท่าไรแต่คนที่นั่นเขาก็เรียกกันว่า เกาะปลายตีน ความยาวหัวถึงท้ายเกาะประมาณ 390 เมตร ทั้ง 3 เกาะรวมกันเรียกว่าหมู่เกาะกุฎี แต่ก็ยังมีเกาะอื่นๆ ที่เรียกชื่อแยกออกมาอีกเช่นเกาะค้างคาว เกาะถ้ำฤาษี แต่เกาะเหล่านี้มีสันฐานติดกับเกาะกุฎี ความหลักวิชาการก็คือเกาะเดียวกัน

เกาะกุฏี ถึงแม้จะเป็นเกาะเล็กๆ แต่ก็มีจุดที่น่าสนใจหลายอย่าง แนวปะการังน้ำตื้นรอบเกาะคือจุดท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของเกาะกุฎี ปะการังที่นี่มีหลากหลายและสวย ส่วนที่ว่าจะสวยยังไงอีกสักเดี๋ยวเราจะได้โดดน้ำลงไปชมกัน การเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนเกาะกุฏีเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ควรพลาด แม้จะเป็นเพียงเกาะเล็กๆ
แต่ก็มีป่าในสภาพที่สมบูรณ์ อัดแน่นไปด้วยต้นไม้ จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเดินขึ้นเขาไปยังจุดชมวิวผานิลมังกร ทางเดินผ่านป่าเขียวๆ ร่มรื่น ณ. จุดชมวิวจะมองเห็นทัศนียภาพรอบเกาะที่สวยงาม มองไปทางทิศตะวันตกจะเห็นเกาะทอดตัวเป็นแนวยาวจากเหนือจรดใต้ นั่นล่ะเกาะเสม็ด นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ บ้างก็ซื้อทัวร์มาจากเกาะเสม็ด บ้างก็มาเรือสปีดโบทเช่าเหมาลำ ท่าเรือเช่ามีตั้งแต่ท่าเรือบ้านเพ ชายหาดสวนสน ไปจนถึงแหลมแม่พิมพ์

ออกเดินทาง คณะของเราเริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าจากกรุงเทพฯ การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปท่าเรือเพไปได้หลายวิธี รถทัวร์ปรับอากาศจากสถานีขนส่งสายตะวันออกก็มีให้บริการ แต่รถตู้เช่าสะดวกที่สุดสำหรับการไปเที่ยวเป็นหมู่คณะ เช้านี้ในกรุงเทพฯ อากาศสดใสหวังว่าที่ระยองก็คงจะเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็ยังหวาดๆ เกี่ยวกับสภาพอากาศเพราะก่อนหน้านี้มีพายุเข้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกไม่เว้นแต่ละวัน แต่ฝนแถวระยองแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือมักจะตกตอนค่ำๆ หวังว่าคงไม่ผิดแผน ระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึงท่าเรือ เพียง 200 กิโลเมตร หลับยังไม่ทันตื่นก็ถึงซะแล้ว เงยหน้ามองท้องฟ้าเห็นแล้วชื่นใจ ฟ้าเป็นฟ้าไม่รู้ว่าเมฆไปไหน
เด็กเรือคนเดิมยิ้มหน้าบานออกมาต้อนรับ รีบรายงานสภาพอากาศ " อากาศดีทุกวันเลยพี่ คลื่นลมสงบ น้ำใส " รีบแต่งตัวแล้วออกเดินทางมุ่งสู่เกาะ อยากไปเห็นเกาะกุฎีในยามที่คลื่นลมสงบทะเลเรียบ ผมไม่ชอบดำช่วงที่คลื่นลมแรงเพราะว่าเวลามองที่พื้นเดี๋ยวใกล้เดี๋ยวไกล พอโดนคลื่นยกตัวขึ้นไปทีก็เห็นปะการังห่างออกไป พอคลื่นทิ้งเราลงก็เห็นปะการังใกล้เข้ามา เดี๋ยวใกล้เดี๋ยวไกลก็เมาซิครับ คนอื่นเขาเมาเรือแต่ผมเมาน้ำ หนักๆ เข้าก็ขึ้นมาเกาะขอบเรือให้อาหารปลาสักทีหนึ่ง
มัวแต่โม้ เดี๋ยวเดียวเรือก็ถึงเกาะซะแล้ว ปกติเรือต้องใช้เวลาเดินทางจากฝั่งมาเกาะประมาณ 20-25 นาที แต่วันนี้ทะเลเรียบกริบไม่มีคลื่น เรือวิ่งเพียง 7 นาทีก็ถึงแล้ว
7 นาทีจริงๆ ใกล้ๆ แค่นี้คราวหน้าว่ายน้ำมาดีกว่า

ถึงเกาะกุฎี สภาพชายหาดมีแนวสันทรายยาวจากทะเลไปสู่เกาะ เรือต้องจอดที่ข้างสันทรายไม่สามารถเข้าไปจอดริมเกาะได้เพราะว่าน้ำตื้น ลงจากเรือก็ต้องขึ้นเกาะไปชำระเงินค่าธรรมเนียมตามระเบียบของกรมอุทยานฯ บนเกาะมีสำนักงานศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีเจ้าหน้าที่อยู่ประจำเกาะเพื่อคอยอำนวยความสะดวกและดูแลเรื่องความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงมั่นใจได้ในเรื่องของความปลอดภัย
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเล็ก กลุ่มใหญ่ ไปคู่ หรือไปเดี่ยวก็เที่ยวได้ มองไปทางด้านซ้ายเห็นการก่อสร้าง เป็นการสร้างบ้านพักหลังเล็กบริเวณชายเขา ทางด้านขวามีบ้านหลังเล็กๆ ของอุทยานไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว แต่ที่นี่จะมีปัญหาเรื่องน้ำใช้ เพราะไม่มีแหล่งน้ำ น้ำใช้ในห้องน้ำก็ต้องใช้น้ำเค็ม สำหรับน้ำจืดต้องสั่งซื้อมาจากฝั่ง ดังนั้นผู้ที่ขึ้นไปพักบนเกาะหากประสงค์จะใช้น้ำจืดก็จะต้องจ่ายค่าน้ำจืดเพิ่มต่างหากค่าธรรมเนียมและค่าที่พัก แต่สำหรับคณะของเราเที่ยววันเดียวกลับจึงไม่มีปัญหา

เช้าๆ อากาศแจ่มใส แดดไม่ร้อน ลมก็เย็นสบาย เราไปเดินป่าขึ้นจุดชมวิวกันดีกว่า บนเกาะมีทางเดินป่าเรียกว่าเส้นทางศึกษาธรรมชาติเดินได้รอบเกาะ ธรรมชาติของเส้นทางเดินนี้ก็สวยดี ระหว่างทางมีป่าที่เป็นป่า มีผีเสื้อบินให้เห็น ที่พื้นดินมีต้นบุก บอกไปจะรู้จักมั้ยนะ บุกที่สาวๆ ทานแล้วผอมไงครับ บุกจะมีหัวอยู่ใต้ดินเมื่อโดนฝนก็จะแทงใบโผล่ขึ้นมาจากดิน มองดูเขียวไปทั่วแนวทางเดิน บนต้นไม้ก็มีเฟิร์นอยู่หลายชนิด เฟิร์นเขากวางเยอะสุด เฟิร์นข้าหลวงหลังลายก็มี เฟิร์นที่ไม่รู้จักชื่อก็เยอะ วิวด้านซ้ายเป็นป่า วิวด้านขวาเป็นทะเลสีสวย ได้สองอารมณ์ในคราวเดียว ถ้าจะบอกว่าทางเดินขึ้นไม่ชันเดินสบายๆ เดี๋ยวก็จะหาว่าโกหก กว่าจะเดินถึงก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันแหล่ะ แต่พอถึงแล้วก็คุ้มนะ วิวสวย จากจุดชมวิวมองเห็นไปได้ไกลลิบ

ได้เวลาลงทะเลกันแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน ก่อนที่จะลงทะเลต้องซักซ้อมกันก่อน ปะการังที่นี่สวยงามมาก ถึงแม้จะสวยน้อยกว่าที่อื่นแต่ที่นี่ก็สวยที่สุดของทะเลระยอง ไม่ว่าจะพักที่เกาะเสม็ดหรือจะพักที่ไหนๆ ก็จะต้องมาดำน้ำกันที่เกาะกุฎีแห่งนี้ ปะการังมีความหลากหลายและอยู่ในระดับน้ำตื้นมากๆ การที่ปะการังอยู่ในที่ตื้นจึงถูกนักท่องเที่ยวเหยียบหักพังลงไปนอนหงายท้องตายอยู่กับพื้นทะเลเป็นจำนวนไม่ใช่น้อยพบเห็นได้ทั่วไปหลายจุด ปะการังโต๊ะขนาดเล็กโดนเหยียบหักทั้งกอ ปะการังโต๊ะขนาดใหญ่โดนเหยียบจนบริเวณขอบหักบิ่น ปะการังโต๊ะที่นี่มีขนาดใหญ่มาก หลายๆ กอมีขนาดใหญ่กว่ารถเก๋ง นักท่องเที่ยวบางท่านเห็นว่าเหยียบถึงก็เหยียบ ปะการังโขดก็เยอะ แล้วปะการังโขดก็มีลักษณะเหมือนก้อนหินจึงมักจะโดนเหยียบอยู่บ่อยๆ ถึงแม้ปะการังโขดจะไม่แตกหักแต่บริเวณที่โดนเหยียบก็จะตายไป ดังนั้นการลงไปดำน้ำในแนวปะการังน้ำตื้นจึงไม่ควรยืนบนปะการัง หากเหนื่อยต้องการพักก็ควรจะใช้วิธีนอนหงาย วิธีนี้จะดีกว่าสบายกว่า ไม่ทำความเสียหายกับปะการังแล้วยังไม่เสี่ยงต่อการโดนหอยเม่นตำ ก่อนจะลงน้ำควรตรวจสอบอุปกรณ์ดำน้ำให้เรียบร้อยก่อนว่าใช้ได้หรือไม่ เสื้อชูชีพต้องใส่ให้เรียบร้อยเพราะเป็นสิ่งจำเป็นกับชีวิตของเรา ตรวจดูว่าตัวล๊อกต่างๆ อยู่ครบหมั๊ย ล๊อกแล้วหรือยัง หน้ากากหลวมไปหรือแน่นไปปรับยังไงก็ต้องศึกษาก่อน ท่อหายใจใช้ยังไงคาบยังไงไม่ให้น้ำเข้าก็ต้องศึกษาก่อน อย่าหวังว่าจะลงไปศึกษาตอนที่ลงน้ำแล้วเพราะเป็นสิ่งที่ยุ่งยากและลำบาก หากไม่มีทักษะเรื่องการใช้อุปกรณ์ก็จะทำให้หมดสนุกกับการดำน้ำเพราะต้องคอยยุ่งอยู่กับหน้ากากเดี๋ยวใส่เดี๋ยวถอดอยู่อย่างนั้นจนแทบไม่ได้ดูอะไร

โอเค ครับ หน้ากากพร้อม ท่อหายใจพร้อม งั้นเราก็ลงน้ำกันเลย ดูภาพขวาซิครับ ยังไม่ทันได้จุ่มหน้าลงน้ำก็เห็นแล้ว จุดดำน้ำมีอยู่รอบเกาะของทั้ง 3 เกาะของหมู่เกาะกุฎี เพียงแต่เราจะเลือกดำที่จุดไหนซึ่งแต่ละจุดมีจุดเด่นที่แตกต่างกันบ้างเล็กน้อย สิ่งที่ทุกจุดมีคือปะการังทั่วไปมีทั้งปะการังโต๊ะ ปะการังโขด ปะการังดอกกระหล่ำ ปะการังสมอง ปะการังเห็ด และอีกมากมายหลายชนิดเขียนบอกไม่หมด แต่จุดเด่นที่แต่ละจุดมีต่างกันคือบางจุดมีกัลปังหาสีแดงสด อีกจุดมีกัลปังหาสีเหลือง อีกจุดมีหอยมือเสือเยอะมาก อีกจุดมีดงดอกไม้ทะเลกับปลาการ์ตูนเยอะมาก อีกจุดหนึ่งก็จะมี Soft coral ขึ้นอยู่ในระดับน้ำตื้นระดับที่มือเอื้อมถึง บางจุดก็มีปะการังเขากวางเขียวสีสดใส สวยครับ เพียงแต่ว่าเราจะเลือกลงดำที่จุดไหน จะดำให้ครบทุกจุดก็เหนื่อย เมื่อเลือกจุดดำน้ำโดดน้ำตูมลงไปก็ใช่จะว่าเจอสิ่งที่ต้องการเห็นในทันทีทันใดเพราะเรือต้องจอดในจุดน้ำลึกนอกแนวปะการัง โดยทางกรมประมงได้ทำทุ่นสีส้มไว้ในบริเวณรอบๆ เกาะเพื่อเป็นจุดผูกเรือแทนการทิ้งสมอเพื่อป้องกันความเสียหายต่อแนวปะการัง จากจุดจอดเรือก็จะต้องว่ายเข้าหาแนวปะการังที่อยู่ในระดับน้ำตื้น

สำหรับดำน้ำจุดแรกผมเลือกจุดที่จะลงดำบริเวณหัวแหลมฝั่งตะวันออก แนวปะการังในบริเวณนี้กระจายอยู่ทั่วไปบริเวณริมเกาะจากทิศเหนือจรดใต้ พอได้จุ่มหน้าลงน้ำได้เห็นความใสของน้ำแล้วก็ชื่นใจ วันนี้น้ำใส พอบอกว่าน้ำใสอย่าเพิ่งคิดไปไกลว่าใสเหมือนอย่างสิมิลัน ความใสของน้ำทะเลฝั่งอันดามันมีความใส หรือเรียกว่าทัศนวิสัยใต้น้ำมองได้ไกลไม่ต่ำกว่า 10 เมตร อย่างที่เกาะสิมิลันอย่างต่ำก็ 15 เมตร บางครั้งถึง 30 เมตร อย่างเกาะสุรินทร์ก็จะขุ่นกว่า แต่ถึงยังไงก็ยังเกิน 10 เมตร บางครั้งก็ 15 เมตร แต่สำหรับทะเลแถวระยองความใสอย่างมากก็แค่ 5 เมตร แต่สำหรับวันนี้ความใสอยู่ที่ประมาณ 3-4 เมตร ช่วงเช้า 4 เมตร ช่วงบ่ายประมาณ 3 เมตร แค่ความใสเพียง 4 เมตรก็ทำให้ผมประทับใจแล้วกับความงดงามของโลกใต้ทะเลของที่นี่แล้ว ถึงแม้จะอยู่ใกล้ฝั่งแต่แนวปะการังที่นี่ยังสมบูรณ์และมีความหลากหลาย หลักๆ คือปะการังโต๊ะ ปะการังโขด ปะการังสมอง ปะการังดอกไม้ทะเลก็มี ปะการังเขากวางก็พอมี ปะการังสีสวยอีกชนิดหนึ่งของที่นี่คือปะการังเขากวางสีเขียว และยังมีฟองน้ำครกด้วย

 

------------------------------------------------Copyright © 2005 www.topthaitravel.com All rights reserved. ----------------------------------